วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทีเอ็มบีรุกตลาดบัตรเครดิตเปิดตัวบัตรTMB So Smart

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2557



นายเบอร์นาร์ด คุ๊ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า ธนาคารยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เป้าหมายหลักของธนาคาร คือการมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการธุรกรรมการเงินคุณภาพ ที่ช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
 โดยผลิตภัณฑ์ของทีเอ็มบีนั้นจะต้องตอบโจทย์ความต้องการที่ลูกค้ามีกับธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย การเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า หรือการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตทีเอ็มบีก็ได้รับการออกแบบมาด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์คุณภาพประเภทอื่นๆ ของทีเอ็มบี เพื่อตอกย้ำความเป็นธนาคารที่ให้บริการธุรกรรมการเงินที่ดีที่สุด เราจึงมีผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีโจทย์หรือความต้องการที่แตกต่างกันออกไป
สำหรับกลยุทธ์บัตรเครดิตของทีเอ็มบีนั้น จะต้องมีผลิตภัณฑ์บัตรที่ให้สิทธิประโยชน์โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น มีส่วนผสมทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการใช้บัตรอย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงตัวลูกค้าและอำนวยความสะดวกในการสมัครบัตร กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป (Mid-income) ซึ่งเป็นฐานผู้ถือบัตรเครดิตใหญ่ แต่ละคนก็มีความต้องการและความชอบต่างกัน ในแง่การชำระเงิน มีทั้งคนที่ชอบชำระเต็มจำนวนทุกเดือน และคนที่ชอบจ่ายชำระขั้นต่ำหรือบางส่วน
ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการบัตรเครดิตของทีเอ็มบี เราไม่ได้จัดแบ่งประเภทบัตรตามรายได้ของผู้สมัคร เช่น บัตรคลาสสิค บัตรทอง แพลตินัมเหมือนที่ตลาดทำกัน แต่เราออกแบบบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้า เรามีบัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ ชิลล์ (TMB So Chill) สำหรับผู้ที่ชอบกดเงินสดและจ่ายไม่เต็มจำนวน และวันนี้เรามีบัตรเครดิต ทีเอ็มบี โซ สมาร์ทบัตรแรกและบัตรเดียวในไทยที่ให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีเงินงอกเงยขึ้น ไม่ใช่มีแต่การใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะมาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชอบออมเงินพร้อมรับดอกเบี้ยสูง และอนาคตเราจะมีบัตรที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบสะสมคะแนนด้วย
นางกาญจนา โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวเสริมว่า บัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ สมาร์ท มีจุดเด่นที่เหนือกว่าบัตรเครดิตในตลาดทั่วไป เพราะได้พัฒนาขึ้นมาตามความต้องการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้เงินแบบสมาร์ทๆ ด้วยการช่วยให้ลูกค้ามีเงินเก็บออมที่งอกเงยขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต
โดยลูกค้าจะได้รับเงินคืน 1% จากทุกยอดการใช้จ่ายไม่ยกเว้นประเภทสินค้าหลักในชีวิตประจำวัน (ยกเว้นยอดซื้อกองทุนรวมซึ่งต้องห้ามตามระเบียบของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ยอดแบ่งจ่ายรายเดือนต่างๆ และยอดจากการบริการแลกเงินตราต่างประเทศ) คืนเข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง (TMB No Fixed) ซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยสูง 2.25% จากบัญชีดังกล่าว
ทั้งนี้ โดยลูกค้าสามารถได้รับยอดเงินคืนสูงสุดถึง 2,000 บาท ต่อรอบบัญชี ซึ่งถือว่าบัตรเครดิตที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นจริงๆ ทั้งยังยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี แค่มีเงินเดือน 15,000 บาท ก็ทำบัตรเครดิตกับทีเอ็มบีได้

ทั้งนี้ ตลอดช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้ ธนาคารฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งถือบัตรเครดิตของทีเอ็มบี โดยสมัครบัตรทีเอ็มบี โซ สมาร์ท เป็นใบแรก และใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 60 วัน จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 500 บาท เข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง จากเงินคืนปกติ 1%
อ้างอิง :    http://www.kaohoon.com/online/90730 TMB-So-Smart.htm

TMB ตั้งเป้ายอดบัตรเครดิตใหม่ปีนี้ 1.4 แสนใบ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 25%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2557 17:17:07 น.

ธนาคาร ทหารไทย (TMB) ตั้งเป้าบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้ 1.4 แสนใบ ซึ่งขณะนี้มียอดบัตรใหม่แล้ว 4-5 หมื่นใบ และตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 25%
ขณะที่บริษัทจะพยายามรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ใกล้เคียงที่ 2%
พร้อมมองว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) มีโอกาสจะขยายตัวเพิ่มอีก 0.5-1% จาก Sentiment ที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากในช่วงครึ่งปีแรกที่อยู่ในภาวะชะงักงัน
นางกาญจนา โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวว่า ธนาคารทหารไทยตั้งเป้ายอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีเติบโต 25% หรือ 25,000-30,000 ล้านบาทต่อบัตรต่อปี จากปีก่อนมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 20,000 ล้านบาทต่อบัตรต่อปี จากครึ่งปีแรกมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 8-10% หรือคิดเป็นมูลค่า 13,000 บาทต่อบัตรต่อเดือน
ขณะที่ตลาดบัตรเครดิตครึ่งปีแรกโตได้ 4% และคาดว่าทั้งปีตลาดบัตรเครดิตจะเติบโตได้ 8-10% ทั้งนี้ปัจจัยที่จะผลักดันให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตได้ตามเป้าหมายนั้น เนื่องด้วยมองว่าครึ่งปีหลังนี้เรื่องของการจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาดีขึ้น โดยปัจจุบันธนาคารฯมีฐานลูกค้าบัตรเครดิตอยู่ที่ 300,000 ราย จากปีก่อนอยู่ที่ 280,000 ราย ซึ่งคาดว่า ณ สิ้นปี 57 จะมีฐานลูกค้าอยู่ที่ 400,000 ราย
สำหรับบัตรเครดิตใหม่ปีนี้ธนาคารฯตั้งเป้าไว้ที่ 140,000 บัตร โดยครึ่งปีแรกมีบัตรเครดิตใหม่ 50,000 บัตร ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ได้ จากที่ธนาคารฯมีการเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการจัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่อีกด้วย อย่างในครั้งนี้ที่มีการเปิดตัวบัตรเครดิต "ทีเอ็มบี โซ สมาร์ท" ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด
สำหรับบัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ สมาร์ท มีจุดเด่นที่เหนือกว่าบัตรเครดิตในตลาดทั่วไป เพราะได้พัฒนาขึ้นมาตามความต้องการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้เงินแบบสมาร์ทๆ ด้วยการช่วยให้ลูกค้ามีเงินเก็บออมที่งอกเงยขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยลูกค้าจะได้รับเงินคืน 1% จากทุกยอดการใช้จ่ายไม่ยกเว้นประเภทสินค้าหลักในชีวิตประจำวัน (ยกเว้นยอดซื้อกองทุนรวมซึ่งต้องห้ามตามระเบียบของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ยอดแบ่งจ่ายรายเดือนต่างๆ และยอดจากการบริการแลกเงินตราต่างประเทศ) คืนเข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง (TMB No Fixed) ซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยสูง 2.25% จากบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ โดยลูกค้าสามารถได้รับยอดเงินคืนสูงสุดถึง 2,000 บาท ต่อรอบบัญชี ซึ่งถือว่าบัตรเครดิตที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นจริงๆ ทั้งยังยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี แค่มีเงินเดือน 15,000 บาท ก็ทำบัตรเครดิตกับทีเอ็มบีได้
ขณะที่ หนี้ที่ไม่สามารถก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ธนาคารยังคงรักษาระดับไว้ที่ 2% ซึ่งธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามธนาคารฯมองว่าหลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการอนุมัติจ่ายเงินแก่ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นของภาคเอกชนกลับคืนมาได้จากนโยบายต่างๆที่ทาง คสช.ได้ให้ไว้ ธนาคารฯคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ GDP น่าจะมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น 0.5-1% จากที่ธนาคารฯคาดว่าปีนี้ GDP จะเติบโตได้ 2% บวกลบ
"ทั้งปีก็น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยมองครึ่งปีหลังเราก็จะมีการออกบัตรใหม่ อย่างเช่น บัตรทีเอ็มบี โซ สมาร์ท ซึ่งการปล่อยสินเชื่อต่างๆจะตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เศรษฐกิจประเทศคาดว่าก็น่าจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยมองภาพโดยรวมดีหมด ทั้งการลงทุน ความเชื่อมั่นต่างๆกลับมา มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น หลังจากมีเงินเข้าสู่ระบบ โอกาสที่ GDP จะเพิ่มขึ้น 0.5-1% ก็จะมีเพิ่มขึ้น จากที่เคยมองไว้อยู่ที่ระดับ 2%"นางกาญจนา กล่าว

อ้างอิง : http://www.ryt9.com/s/iq05/1915483

ทีเอ็มบี ตอบโจทย์ลูกค้าตรงจุดอีกครั้ง รุกตลาดบัตรเครดิตเปิดตัว ‘ทีเอ็มบี โซ สมาร์ท’ บัตรเครดิตของคนใช้เงินสมาร์ท บัตรแรกและบัตรเดียวของไทย ที่ทำให้เงินของลูกค้างอกเงย

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2557 14:13:13 น.



กรุงเทพฯ--9 มิ.ย.--ทีเอ็มบี
ทีเอ็มบีเปิดตัวบัตรเครดิต ทีเอ็มบี โซ สมาร์ท (TMB So Smart) ‘บัตรเครดิตของคนใช้เงินสมาร์ท’ บัตรเดียวของไทยที่ช่วยทำให้เงินของลูกค้างอกเงยขึ้น ด้วยการรับเงินคืน 1% ทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ที่ให้ดอกเบี้ยสูง 2.25% เพื่อตอบโจทย์ทางการเงินที่หลากหลายด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีคุณค่าทำให้ชีวิตของลูกค้าดียิ่งขึ้น แถมไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีอีกด้วย พิเศษ!! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคมนี้ ทีเอ็มบีได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครบัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ สมาร์ท และใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 60 วัน จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 500 บาท นอกจากเงินคืนปกติ 1% เข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง
นายเบอร์นาร์ด คุ๊ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า “ทีเอ็มบียึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เป้าหมายหลักของธนาคาร คือการมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการธุรกรรมการเงินคุณภาพ ที่ช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ของทีเอ็มบีนั้นจะต้องตอบโจทย์ความต้องการที่ลูกค้ามีกับธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย การเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า หรือการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตทีเอ็มบีก็ได้รับการออกแบบมาด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์คุณภาพประเภทอื่นๆ ของทีเอ็มบี เพื่อตอกย้ำความเป็นธนาคารที่ให้บริการธุรกรรมการเงินที่ดีที่สุด เราจึงมีผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีโจทย์หรือความต้องการที่แตกต่างกันออกไป”
“สำหรับกลยุทธ์บัตรเครดิตของทีเอ็มบีนั้น จะต้องมีผลิตภัณฑ์บัตรที่ให้สิทธิประโยชน์โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น มีส่วนผสมทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการใช้บัตรอย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงตัวลูกค้าและอำนวยความสะดวกในการสมัครบัตร กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป (Mid-income) ซึ่งเป็นฐานผู้ถือบัตรเครดิตใหญ่ แต่ละคนก็มีความต้องการและความชอบต่างกัน ในแง่การชำระเงิน มีทั้งคนที่ชอบชำระเต็มจำนวนทุกเดือน และคนที่ชอบจ่ายชำระขั้นต่ำหรือบางส่วน ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการบัตรเครดิตของทีเอ็มบี เราไม่ได้จัดแบ่งประเภทบัตรตามรายได้ของผู้สมัคร เช่น บัตรคลาสสิค บัตรทอง แพลตินัมเหมือนที่ตลาดทำกัน แต่เราออกแบบบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้า เรามีบัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ ชิลล์ (TMB So Chill) สำหรับผู้ที่ชอบกดเงินสดและจ่ายไม่เต็มจำนวน และวันนี้เรามีบัตรเครดิต ‘ทีเอ็มบี โซ สมาร์ท’ บัตรแรกและบัตรเดียวในไทยที่ให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีเงินงอกเงยขึ้น ไม่ใช่มีแต่การใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะมาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชอบออมเงินพร้อมรับดอกเบี้ยสูง และอนาคตเราจะมีบัตรที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบสะสมคะแนนด้วย”
นางกาญจนา โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวเสริมว่า “บัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ สมาร์ท มีจุดเด่นที่เหนือกว่าบัตรเครดิตในตลาดทั่วไป เพราะได้พัฒนาขึ้นมาตามความต้องการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้เงินแบบสมาร์ทๆ ด้วยการช่วยให้ลูกค้ามีเงินเก็บออมที่งอกเงยขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยลูกค้าจะได้รับเงินคืน 1% จากทุกยอดการใช้จ่ายไม่ยกเว้นประเภทสินค้าหลักในชีวิตประจำวัน (ยกเว้นยอดซื้อกองทุนรวมซึ่งต้องห้ามตามระเบียบของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ยอดแบ่งจ่ายรายเดือนต่างๆ และยอดจากการบริการแลกเงินตราต่างประเทศ) คืนเข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง (TMB No Fixed) ซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยสูง 2.25% จากบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ โดยลูกค้าสามารถได้รับยอดเงินคืนสูงสุดถึง 2,000 บาท ต่อรอบบัญชี ซึ่งถือว่าบัตรเครดิตที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นจริงๆ ทั้งยังยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี แค่มีเงินเดือน 15,000 บาท ก็ทำบัตรเครดิตกับทีเอ็มบีได้”
ทั้งนี้ ตลอดช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้ ธนาคารฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งถือบัตรเครดิตของทีเอ็มบี โดยสมัครบัตรทีเอ็มบี โซ สมาร์ท เป็นใบแรก และใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 60 วัน จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 500 บาท เข้าบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง จากเงินคืนปกติ 1%
ลูกค้าที่สนใจสมัครบัตรเครดิตทีเอ็มบี โซ สมาร์ท สมัครได้เลยที่ ทีเอ็มบีทุกสาขา หรือ ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ TMB Contact Center โทร. 1558

อ้างอิง : http://www.ryt9.com/s/prg/1915536

TMB คาด GDP ปีนี้อาจโตกว่า 2.5% หวังโรดแมพคสช.ช่วยกระตุ้นศก.H2/57ฟื้น

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2557 12:36:03 น.

       ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics) คาดเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสขยายตัวมากกว่า 2.5% หลังจากมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องของ “โรดแมพด้านเศรษฐกิจและแนวนโยบายเร่งดำเนินการ” ที่ประกอบด้วยหลายมาตรการ เช่น เน้นแก้ไขปัญหาที่ค้างจากรัฐบาลรักษาการณ์ ปลดล็อกอุปสรรคในเรื่องการลงทุน รวมทั้งเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและต่างชาติ ล่าสุด สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ ได้ยืนยันเรตติ้งของประเทศไทยไว้ที่อันดับ Baa1 พร้อมคงมุมมองที่มีเสถียรภาพ
สำหรับแนวนโยบายที่เร่งดำเนินการ ประกอบด้วย เร่งจ่ายเงินโครงการจำนำข้าว, โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2557, คงอัตราภาษี VAT 7% ต่อเนื่องไปอีก 1 ปี, ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคครัวเรือนที่ 22.63 บาท/กก. ไม่มีกำหนด, ตรึงราคาน้ำมันดีเซล, ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น, เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 57 ที่สะดุด, ตั้งบอร์ด BOI, เร่งจัดทำงบประมาณประจำปี 58 และดูแลผู้ประกอบการที่ประสบปัญหา
TMB Analytics ประเมินว่าหากมาตรการดังกล่าวเร่งดำเนินการได้อย่างเต็มที่ จะเป็นปัจจัยบวกที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านการขับเคลื่อนขององค์ประกอบหลัก โดย การบริโภคจะเริ่มฟื้นตัว หลังได้อานิสงส์จากการเร่งจ่ายเงินโครงการจำนำข้าว (ล่าสุดจ่ายแล้วเกือบ 4 หมื่นล้านบาท) มาตรการพยุงค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่อนคลายมากขึ้น คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.2 จากคาดการณ์เดิม
อีกทั้ง การลงทุนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2557 ที่ยังค้างท่อ การเร่งจัดทำงบประมาณปี 2558 ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกันยายนนี้ และเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า รวมทั้งโครงการรถไฟรางคู่ ให้บรรจุอยู่ในงบประมาณปี 2558  ก่อให้มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีนี้ได้ราว 5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งส่งผลเชื่อมโยงให้การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามมา อย่างไรก็ตาม การลงทุนจะมีบทบาทผลักดันเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้นในปี 2558 โดยคาดว่าในปี 2557 จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 0.4 จากคาดการณ์เดิม
นอกจากนี้ การผ่อนคลายระยะเวลาเคอร์ฟิวเป็นเที่ยงคืนถึงตีสี่ และล่าสุดยกเลิกเคอร์ฟิวในเมืองท่องเที่ยวบางแห่ง ได้แก่ พัทยา เกาะสมุย และจังหวัดภูเก็ต   เป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการท่องเที่ยวในภูมิภาคฟื้นตัว ถึงแม้จะไม่สามารถทดแทนตัวเลขการผ่านด่านที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ลดลงได้หมด
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โรดแมพดังกล่าว จะสามารถเรียกปฏิกิริยาตอบรับเชิงบวกได้จากหลายภาคส่วน แต่คงต้องติดตามถึงประสิทธิภาพของการดำเนินการมาตรการต่างๆอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557  ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 2 ได้มากน้อยขนาดไหน

อ้างอิง : http://www.ryt9.com/s/iq03/1913000

วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

TMB Analytics มองยุทธศาสตร์สนับสนุนการออมของประเทศเป็นสิ่งจำเป็น

วันที่ : 30 พฤษภาคม 2557 นำมาลงวันที่ 4 มิถุนายน 2557
หนึ่งทศวรรษการออมไทย…รายย่อยฝากน้อย กู้หนัก
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics มองยุทธศาสตร์สนับสนุนการออมของประเทศเป็นสิ่งจำเป็นหลังสัญญาณการออมในรอบทศวรรษที่ผ่านมาส่อปัญหา เงินฝากของรายย่อยเพิ่มขึ้นไม่ทันการขยายตัวของหนี้ภาคครัวเรือนที่เร่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
 แม้ทางเลือกในการออมของคนไทยจะมีความหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน แต่การฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ก็ยังเป็นทางเลือกอันดับแรกของหลายคน เพราะนอกจากจะสามารถใช้บริการได้ง่ายแล้ว ยังมีความปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินฝากที่มียอดไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่ได้รับการคุ้มครองแน่นอน  ทำให้การออมของประชาชนจึงยังอยู่ที่เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือผู้ฝากเงินรายย่อย
 ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา (เปรียบเทียบข้อมูล มี.ค. 2547 กับ มี.ค. 2557) พบว่าการฝากเงินของรายย่อยซึ่งมีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อบัญชี ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 98 ของจำนวนบัญชีเงินฝากทั้งหมด มีอัตราการเพิ่มของยอดเงินฝากโดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 5.7 ต่อปี ต่ำกว่าการขยายตัวของรายได้ต่อหัวของคนไทยที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6.5 ต่อปี และที่แย่ไปกว่านั้นคือ อัตราการขยายตัวของเงินฝากรายย่อยนั้นต่ำกว่าการก่อหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มถึงร้อยละ 13.7 ต่อปี 
 เมื่อศึกษาพฤติกรรมการออมของคนไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยแบ่งช่วงบัญชีเงินฝากตามขนาดของบัญชี พบว่า อัตราการเติบโตของยอดเงินในบัญชีมักจะเพิ่มตามขนาดของบัญชี อาทิ กลุ่มบัญชีเงินฝากที่มียอดฝากไม่เกิน 5 หมื่นบาท มีการขยายตัวของยอดเงินฝากรวมที่อัตราร้อยละ 4.5 ต่อปี ต่ำกว่ากลุ่มบัญชีเงินฝากที่มียอดระหว่าง 5 แสนถึง 1 ล้านบาท ที่มีการขยายตัวถึงร้อยละ 6.3 ทำให้สามารถตีความได้ว่า ผู้ที่มีกำลังการออมสูงกว่า หรือ อีกนัยหนึ่งมีคือมีรายได้ที่จะออมมากกว่า จะมีความสามารถ ให้เงินทำงาน ได้มากกว่า
 แต่ผู้ที่มีรายได้ไม่สูงก็สามารถเพิ่มเงินออมได้ถ้ามีความตั้งใจจริง โดยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิต แถมยังอาจทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างคือ ควรเลิกจน เครียด กินเหล้า เพราะจากตัวเลขการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2554 ชี้ว่าค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นต่อเดือน ซึ่งหากสามารถละเลิกการใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้ เงินออมก็งอกเงยร้อยละ 1 ของรายจ่ายต่อเดือนเช่นกัน ส่วนค่าใช้จ่ายในการเล่นหวยและการพนันมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นต่อเดือน ดังนั้น ถ้าเลิกเหล้าและการพนันได้ เงินออมก็จะงอกเงยร่วมร้อยละ 2 และ ยิ่งหากลดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารที่มีโครงสร้างประมาณร้อยละ 3 ของรายจ่ายรายเดือนลงได้หนึ่งในสาม ก็หมายถึงเราจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 ได้อย่างสบาย ความสำเร็จในการออมจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
 จากผลสำรวจเดียวกันนี้ ยังพบอีกว่า กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยจะมีสัดส่วนหนี้ที่นำมาใช้ในการบริโภคอุปโภคต่อหนี้สินทั้งหมด ในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 15,000 บาท จะมีสัดส่วนของหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคสูงถึงร้อยละ 51 เทียบกับกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท ที่มีสัดส่วนดังกล่าวเพียงร้อยละ 36
 สถิติข้างต้นสะท้อนให้เห็นภาวะออมน้อยกู้มาบริโภคหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่สูง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลไปยังศักยภาพในการชำระหนี้ รวมไปถึงปัญหาทางการเงินของประชาชนในกลุ่มดังกล่าวด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การเผชิญหน้ากับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มก้าวเข้าสู่แล้วในปีนี้ (ประชากรไทยที่มีอายุ 65 ขึ้นไป มีสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดแล้ว) อาจสร้างภาระทางการเงินให้กับประเทศได้มาก เช่น คนอาจมีเงินไม่พอใช้จ่ายในการดำรงชีพ หรือ รัฐต้องจัดงบประมาณให้เป็นสวัสดิการแก่ประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะก่อให้มีปัญหาการคลังตามมาได้ เป็นต้นหากภาวะการออมของคนไทยยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขให้เป็นนโยบายระดับชาติ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทีเอ็มบี ปล่อย 426 ล้านบาทสนับสนุน ศรีชลธร


ข่าววันที่ 28 พฤษภาคม 2557 นำมาลงวันที่ 2 มิถุนายน 2557


นายไตรรงค์ บุตรากาศ (ซ้าย) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี และ นายตะวัน ตันวัชรพันธ์(ขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีชลธร จำกัด ร่วมลงนามในข้อตกลงสินเชื่อหมุนเวียน โดยทีเอ็มบีให้การสนับสนุนสินเชื่อ จำนวนเงิน 426 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องด้านการดำเนินธุรกิจให้กับศรีชลธร  ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการธุรกิจงานปรับปรุงระบบจำหน่ายและระบบสายส่งไฟฟ้า กับคู่ค้าหลักในกลุ่มการไฟฟ้า

อ้างอิง : https://www.tmbbank.com/newsroom/news-details.php?id=561

ทีเอ็มบีสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้ แซส เทค โซลูชั่น

ข่าววันที่ 28 พฤษภาคม 2557 นำมาลงวันที่ 2 มิถุนายน 2557



นายไตรรงค์ บุตรากาศ (ซ้าย) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ธนาคารได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ บริษัท แซส เทค โซลูชั่น จำกัด เป็นจำนวน 195 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ได้แก่  เครื่องชั่งอัตราการไหลระดับความสูง, เครื่องจักรกล, ปั๊ม, วาวล์ และเครื่องมือทุกชนิด เพื่อจำหน่ายให้กับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ โดยนายนายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์ กรรมการ บริษัท แซส เทค โซลูชั่น จำกัด ร่วมลงนามในสัญญา ณ ทีเอ็มบี สำนักงานใหญ่

อ้างอิง : https://www.tmbbank.com/newsroom/news-details.php?id=560